ยี่เข่ง (Indian Lilac) ยี่เข่งมีรูปทรงเป็นทรงแจกัน ควาามสูงเมื่อโตเต็มที่นั้นค่อนข้างสูงคือ 5-7 เมตรทีเดียว ขนาดของพุ่มก็กว้างตามสัดส่วนคือ2-4 เมตร ลำต้นสีน้ำตาลเป็นมันแต่จะมีสะเก็ดสีขาวลอกเป็นแผ่น ยี่เข่งมีใบสีเขีว ให้ดอกค่อนข้างหลากสีคือ ขาว ชมพูและม่วง ทุกสีไม่มีกลิ่น และให้ดอกในระยะสั้นๆ คือสิงหาคมจนถึงตุลาคมเท่านั้นเอง ยี่เข่งเป็นไม้ที่ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ไม่เกี่ยงเรื่องแดดเต็มวัน ติดจะชอบเสียด้วยซ้ำ ส่วนความชื้นนั้นปานกลางกำลังดี
ยี่เข่งจะโตเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับว่าปลูกในอากาศหนาวหรือร้อน เพระาหากอากาศร้อนยี่เข่งจะเติบโตแบบเอื่อยๆ แต่ถ้าอากาศเย็นนั้นจะโตค่อนข้างเร็ว แต่ก็ทนได้ทุกสภาพอากาศดังนั้นจึงสามารถปลูกได้ทั้งภาคเหือที่มีอากาศเย็นและชายทะเลที่ค่อนข้างร้อนก็ยังเหมาะที่จะปลูกยี่เข่ง ในประเทศไทยของเรานิยมที่จะปลูกยี่เข่งเป็นกลุ่มๆ แต่ในต่างประเทศนั้นกลับนิยมปลูกเป็นต้นเดี่ยวๆ แต่ไม่ว่าจะปลูกแบบไหนยี่เข่งก็ให้ดอกสวยงามไม่แพ้กันหากระมัดระวังหนอนกินใบให้ยี่เข่งบ้าง
โยทะกาหรือบางท้องถิ่นเรียกว่าชงโคเหลืองเพราะว่าลักษณะโดยทั่วไปเหมือนกับชงโคทุกประการยกเว้นดอกเท่านั้นที่มีสีเหลืองแทนที่จะเป็นสีม่วงเหมือนดอกชงโค ต้นโยทะกามีรูปทรงเป็นทรงแจกัน สูงไม่เกิน 3 เมตร ขนาดของพุ่มก็ประมาณ 1.5 เมตร เท่านั้น ลำต้นเป็นสีน้ำตาลมีขนเล็กน้อย ส่วนใบเป็นสีเขียวอ่อน ดอกมีสีเหลืองสว่าง มีกลิ่นหอมตลอดทั้งปี
โยทะกาเป็นไม้ที่เหมาะกับดินร่วน มีความชื้นพอประมาณ ถ้าน้ำขังมากไปใบจะร่วง และชอบแสงแดดพอดีๆ ไม่จัดมาก จัดอยู่ในกลุ่มที่โตค่อนข้างเร็ว เหมาะสำหรับการจัดสวนแบบกลางแจ้งที่เปิดโอกาสให้โยทะกาได้อวดดอกอวดใบเติบโตในรูปทรงตามธรรมชาติ การปลูกโยทะกานั้น นอกจากจะต้องระวังในเรื่องน้ำท่วงขังจะทำให้ใบร่วงแล้ว ยังจะต้องระวังโรคใบจุดสนิมและไรแดงด้วย เพราะหากเกิดอาการเหล่านี้อาจจะทำให้ไม่สวยได้ิ
ดอกราชาวดีขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นที่หอมแรงมากในตอนเช้าตรู่ ให้ดอกค่อนข้างมากในช่วงหน้าฝน แต่หากเลยฤดูกาลไปแล้วก็ยังพอมีดอกให้ชมบ้างแต่อาจจะไม่มากเมหือนช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม ลักษณะดอกเป็นช่อ มีสีขาวและสีม่วง ประเภทสีม่วงดอกจะใหญ่กว่าสีขาว สำหรับดินที่เหมาะกับราชาวดีนั้นจะต้องเป็นดินทรายและดินเหนียวที่มีอินทรีย์วัตถุค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ความชื้นไม่มากนัก แสงแดดปานกลางไปจนถึงเต็มวัน ราชาวดีไม่ใช่ไม้ประเภทโตเร็วจึงไม่ต้องกังวลกับการตัดแต่งกิ่ง และราชาวดีก็ไม่ใช้ไม้ประเภทแต่งกิ่งได้ จะเหมาะสำหรับการปล่อยให้อยู่ในรูปทรงธรรมชาติจะดูสวยกว่า ดังนั้นควรจะปลุกในพื้นที่ที่เหมาะสมเช่น หน้าศาลาหรือริมกำแพงจะได้ปล่อยให้ราชาวดีแผ่กิ่งได้สวยงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ราชาวดียังเป็นไม้ที่ไม่มีโรคหรือแมลงรบกวนด้วย